ผลไม้ฟอกฟันให้ขาว
แอปเปิ้ล ขึ้นฉ่ายฝรั่ง แครอต และ ผักผลไม้สดอื่นๆ อีกหลายชนิด : ที่เราจะต้องเคี้ยวมากๆ เวลากิน สามารถทำหน้าที่ได้ดีราวกับผงซักฟอกทีเดียว ทั้งยังมีคุณสมบัติบางประการที่ช่วยให้ฟันดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีก ด้วย
ส่วน ผักโขม ผักกาดหอม และบร็อคโคลี่ : ก็ช่วยป้องกันคราบไม่ให้เกาะติดได้ง่าย โดยการสร้างเยื่อบางๆ เคลือบผิวฟัน ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นเกราะชั้นนอกอีกทีนอกจากนี้ สตรอว์เบอร์รี่ ก็นำมาใช้สีทำความสะอาดฟันได้อย่างอ่อนโยนราวกับยาสีฟัน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยฟอกฟัน ทั้งยังขจัดคราบเหลืองของน้ำชากาแฟได้ด้วย โดยบิบผลสตรอว์เบอร์รี่สีแดงผลหอมหวานออก แล้วนำเนื้อผลไม้นุ่มๆ นั้นขัดถูลงบนผิวฟัน
อย่าลืม หาผักผลไม้ที่แนะนำ มารับประทานกันนะคะ ^-^
เคร็ดลับถนอมดวงตา
1.จอภาพ : ควรห่างจากสายตาประมาณ 1 ช่วงแขน และ ตั้งกับโต๊ะที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป หากระยะห่างระหว่างจอกับตาไม่สัมพันธ์กัน จะทำให้รู้สึกเมื่อยล้าและปวดตาได้
2.ปรับแสงหน้าจอคอมฯ : ให้รู้สึกสบายตา โดยดูจากสภาพแวดล้อมในห้องด้วยว่า เมื่อส่องมากระทบจะมีแสงจ้าเกินไปหรือไม่ เพราะแสงที่สว่างมากจะส่งผลเสียต่อตาได้ง่าย3.คลายความล้า : โดยหยุดพักทุก 30 นาที มองไปไกล ๆ หรือหลับตาประมาณ 5 นาที จากนั้น อาจเปลี่ยนอิริยาบถยืดเส้นยืดสาย เพื่อลดปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
4.หลังทำงานเสร็จ หลับตา : แล้วใช้น้ำเย็นชโลมดวงตา หรือหาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาปะคบประมาณ 5 นาที จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา และทำให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาได้ดี
อย่าลืม เอาเคล็ดลับที่สะกิด เอามาฝากนี้ ไปปรับใช้กันนะคะ ^-^
วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554
10 สัญญาณอันตรายของชีวิตแต่งงาน
1.การเงินเริ่มมีปัญหา อาจเกิดปัญหาเงินชักหน้าไม่ถึงหลังขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น หรือรายรับรายจ่ายหายไปอย่างผิดสังเกต สาเหตุของปัญหาทางการเงินอาจมาจาก การหลงผิดไปเสี่ยงโชค-ซื้อล็อตเตอรี่-เล่นการพนัน-ติดยาเสพติด-การมีบ้าน เล็กบ้านน้อย ซึ่งสาเหตุต่างๆ เหล่านี้ล้วนอันตรายต่อชีวิตแต่งงานทั้งสิ้น
2.เริ่มรู้สึกว่าไม่เจอกันก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการแยกห้องนอน แยกกันทำกิจกรรม ต่างคนต่างไป ตัวใครตัวมัน ทานข้าวไม่รอ เข้านอนไม่เรียก ส่งผลให้ระยะห่างระหว่างสามีภรรยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
3.ชีวิตคู่สงบขึ้นเมื่อคุณสองคน “หยุดพูดกัน” มนุษย์หากจะใช้ชีวิตร่วมกันก็ต้องมีจุดที่สามารถแบ่งปันเรื่องราว หรือทำความเข้าใจกันได้ หากคู่สามีภรรยาคู่ใดเริ่มต้นบทสนทนากันแล้วจบลงที่การเกิดสงครามกลางเมือง บ่อย ๆ มันก็ไม่แปลกที่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างเข็ดขยาดกับการบอกเล่าเรื่องราวให้คน ข้าง ๆ ฟังในครั้งต่อไป นั่นอาจทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเพียงการเดินอยู่ภายในบ้านเดียวกัน ดูทีวีในบ้านหลังเดียวกันก็เป็นได้
4.ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบ้างานจนเกินพอดี การทำงานอย่างหนักเพื่อผลตอบแทนสูง ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมองได้ว่า ผู้ที่ทำเช่นนั้นเพราะต้องการสร้างครอบครัวให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง อย่างไรก็ดี ในกรณีของคนที่มีคู่ชีวิตบ้างาน จะมีสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกให้ทราบว่า เขาหรือเธอกำลังแสดงออกว่า “บ้านงาน” เพียงเพราะต้องการหลีกเลี่ยง ไม่อยากกลับบ้านมาเจอหน้าคุณหรือเปล่า เพราะคนเรา สถานที่ใดอยู่แล้วไม่สบายใจ คับอกคับใจ ก็มักจะอยู่ได้ยาก และใช้เวลากับสถานที่นั้น ๆ น้อยลงทุกที แล้วถ้าหากที่แห่งนั้นคือบ้านด้วยล่ะก็ ยิ่งเป็นสัญญาณไม่ดีเข้าไปใหญ่
5.วันเกิด-วันครบรอบไม่มีความสำคัญอีกต่อไป คนที่แต่งงานกัน การให้ความสำคัญกับวันเกิดหรือวันครบรอบต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันบ่งบอกว่า เรายังให้ความสำคัญกับคนข้างกายอยู่หรือไม่ การลืมวันสำคัญเหล่านี้ในบางปีอาจไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันไม่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาเลยตลอดชีวิตการแต่งงานก็เป็นสัญญาณว่า ชีวิตคู่ของคุณนั้นเริ่มเข้าสู่ช่วงอันตรายแล้ว
6.โกหกซ้ำซาก
7.เริ่มเห็นหญ้าบ้านอื่นเขียวกว่าหญ้าบ้านตัวเอง หรือก็คือเห็นคนอื่นดีกว่า น่าดึงดูดใจกว่าคนที่บ้าน นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณพร้อมจะเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับคนอื่นคนนั้นเสียแล้ว
8.ใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าสามีหรือภรรยา
9.การโต้เถียงเกิดขึ้นทุกวัน การทะเลาะกัน อีกนัยหนึ่งก็หมายถึงคุณกำลังส่งสัญญาณว่าคุณอยากเป็นฝ่ายชนะมากกว่าการจะหา ทางเดินไปด้วยกันสองคนเหมือนเช่นแต่ก่อน และยิ่งทะเลาะกันบ่อย ๆ ก็ยิ่งไม่ดีต่อความสัมพันธ์ เพราะวันหนึ่งหากอีกฝ่ายไม่ยอมคุณอีกต่อไป ชีวิตคู่ที่สร้างมาก็คงต้องจบลงที่การพ่ายแพ้ของทั้งสองฝ่าย
10.ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหลุดคำว่า “หย่า” ออกมา เป็นคำที่ไม่ควรหลุดออกมา หากยังไม่มีการคิดอย่างถี่ถ้วน เพราะทันทีเอ่ยปากขอ “หย่า” หรือ “เลิก” ชีวิตแต่งงานหลังจากนี้ของคุณสองคนจะหาความสุขได้ยาก และอาจกลับมาดีดังเดิมไม่ได้
อย่าลืมรักกัน ให้เหมือนกับวันแรก ที่เราเจอกันนะคะ ^-^
2.เริ่มรู้สึกว่าไม่เจอกันก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการแยกห้องนอน แยกกันทำกิจกรรม ต่างคนต่างไป ตัวใครตัวมัน ทานข้าวไม่รอ เข้านอนไม่เรียก ส่งผลให้ระยะห่างระหว่างสามีภรรยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
3.ชีวิตคู่สงบขึ้นเมื่อคุณสองคน “หยุดพูดกัน” มนุษย์หากจะใช้ชีวิตร่วมกันก็ต้องมีจุดที่สามารถแบ่งปันเรื่องราว หรือทำความเข้าใจกันได้ หากคู่สามีภรรยาคู่ใดเริ่มต้นบทสนทนากันแล้วจบลงที่การเกิดสงครามกลางเมือง บ่อย ๆ มันก็ไม่แปลกที่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างเข็ดขยาดกับการบอกเล่าเรื่องราวให้คน ข้าง ๆ ฟังในครั้งต่อไป นั่นอาจทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเพียงการเดินอยู่ภายในบ้านเดียวกัน ดูทีวีในบ้านหลังเดียวกันก็เป็นได้
4.ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบ้างานจนเกินพอดี การทำงานอย่างหนักเพื่อผลตอบแทนสูง ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมองได้ว่า ผู้ที่ทำเช่นนั้นเพราะต้องการสร้างครอบครัวให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง อย่างไรก็ดี ในกรณีของคนที่มีคู่ชีวิตบ้างาน จะมีสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกให้ทราบว่า เขาหรือเธอกำลังแสดงออกว่า “บ้านงาน” เพียงเพราะต้องการหลีกเลี่ยง ไม่อยากกลับบ้านมาเจอหน้าคุณหรือเปล่า เพราะคนเรา สถานที่ใดอยู่แล้วไม่สบายใจ คับอกคับใจ ก็มักจะอยู่ได้ยาก และใช้เวลากับสถานที่นั้น ๆ น้อยลงทุกที แล้วถ้าหากที่แห่งนั้นคือบ้านด้วยล่ะก็ ยิ่งเป็นสัญญาณไม่ดีเข้าไปใหญ่
5.วันเกิด-วันครบรอบไม่มีความสำคัญอีกต่อไป คนที่แต่งงานกัน การให้ความสำคัญกับวันเกิดหรือวันครบรอบต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันบ่งบอกว่า เรายังให้ความสำคัญกับคนข้างกายอยู่หรือไม่ การลืมวันสำคัญเหล่านี้ในบางปีอาจไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันไม่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาเลยตลอดชีวิตการแต่งงานก็เป็นสัญญาณว่า ชีวิตคู่ของคุณนั้นเริ่มเข้าสู่ช่วงอันตรายแล้ว
6.โกหกซ้ำซาก
7.เริ่มเห็นหญ้าบ้านอื่นเขียวกว่าหญ้าบ้านตัวเอง หรือก็คือเห็นคนอื่นดีกว่า น่าดึงดูดใจกว่าคนที่บ้าน นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณพร้อมจะเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับคนอื่นคนนั้นเสียแล้ว
8.ใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าสามีหรือภรรยา
9.การโต้เถียงเกิดขึ้นทุกวัน การทะเลาะกัน อีกนัยหนึ่งก็หมายถึงคุณกำลังส่งสัญญาณว่าคุณอยากเป็นฝ่ายชนะมากกว่าการจะหา ทางเดินไปด้วยกันสองคนเหมือนเช่นแต่ก่อน และยิ่งทะเลาะกันบ่อย ๆ ก็ยิ่งไม่ดีต่อความสัมพันธ์ เพราะวันหนึ่งหากอีกฝ่ายไม่ยอมคุณอีกต่อไป ชีวิตคู่ที่สร้างมาก็คงต้องจบลงที่การพ่ายแพ้ของทั้งสองฝ่าย
10.ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหลุดคำว่า “หย่า” ออกมา เป็นคำที่ไม่ควรหลุดออกมา หากยังไม่มีการคิดอย่างถี่ถ้วน เพราะทันทีเอ่ยปากขอ “หย่า” หรือ “เลิก” ชีวิตแต่งงานหลังจากนี้ของคุณสองคนจะหาความสุขได้ยาก และอาจกลับมาดีดังเดิมไม่ได้
อย่าลืมรักกัน ให้เหมือนกับวันแรก ที่เราเจอกันนะคะ ^-^
วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554
สมาชิกชมรม K-ON (ชมรมดนตรีเบาๆ หรือ คือ ชมรมดนตรีป๊อบร็อคครับ)

ฮิราซาว่า ยุย
ฉายา 天然ギタリスト(เท็นเน็นกีตาริสท์) มือกีตาร์แบบไปเองตามธรรมชาติ...ประมาณว่า เก่งได้เอง
ตำแหน่งมือกีตาร์ : สมาชิกที่เข้าวงคนสุดท้าย พร้อมกับ Skill..เอ้อ ไม่มีSkill อะไรเลย เพราะเป็นสาวเป๋อแหวว ที่ผ่านมาในชีวิตปล่อยตัวตามสบาย วันๆ เอาแต่นั่งเบลอไปวันๆ ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย (ไม่เหมาะเป็นตัวเอกเลยซักนิด) แต่พอเข้ามัธยมปลาย ก็อยากทำอะไรบ้าง และเห็นว่า ชมรมเคย์อง เปิดรับสมาชิก จึงอยากลองเข้า เพราะเข้าใจผิดว่า "เป็นชมรมที่เล่นอะไรง่ายๆ" แถมยังเป็นแต่คาสตาเน็ต (ที่ตบให้จังหวะแบบหนึ่ง/ไม่เคยเห็นในบ้านเรา) และเมื่อเข้าชมรมก็โดนหลอกล่อให้เป็นสมาชิก เพราะอีก 3 คนที่เหลือ ไม่อยากให้ชมรมโดนยุบซะงั้น แล้วหนทางการเป็นมือกีตาร์จะไปรอดเร้อ หนูยุย

อากิยามะ มิโอะ
ฉายา 最萌ベーシスト(ไซโมเอะเบสสิส) หรือ มือเบสสุดโมเอะ
ตำแหน่งมือเบส : แกนนำของวง เอ้อ โดนบังคับให้ร่วม แต่ไปๆมาๆเป็นคนที่เอาจริงที่สุดไปแล้ว เป็นเพื่อนกับริทสึ มานานแล้ว นิสัยค่อนข้างขี้อาย-ขี้เขิน ไม่มั่นใจในตนเอง ขี้กลัว เป็นที่สุด แต่ในบางอารมณ์ก็จริงจังและโวยวายเพื่อนร่วมวงเวลาที่แต่ละคนหลุดโลก เป็นคนสวยที่สุดในวงแต่ที่ไม่ยอมเล่นกีตาร์ เพราะไม่อยากเป็นเป้าสายตาคน จึงเล่นเบสที่ไม่เด่นแทน (แต่เอาเข้าจริง เล่นอะไรก็เด่น เพราะคุณน้องน่ารักสุดในวง) มีหลายคนบอกว่า "นางเอก" ของเรื่องคือ มิโอะ ไม่ใช่ยุย จะจริงเหรอ?

ไทนากะ ริตสึ
ไม่มีใครตั้งฉายาให้...
ตำแหน่งมือกลอง : ผู้ก่อตั้งชมรมตัวจริง มีนิสัยประทับใจอะไรก็ทำตาม มีความฝันว่าอยากดันวงตัวเองไปเล่นที่ นิปปอน บูโดกังให้ได้ก่อนจบ ม.ปลาย (ที่นั่นเหมือนเป็นเส้นชัยของวงอินดี้ทั่วญี่ปุ่นครับ เพราะนิปปอน บูโดกัง เป็นฮอลจัดคอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นมานานแล้ว---แต่ปัจจุบัน อาจมีที่อื่นก็ได้นะ) ถ้าเทียบกับมิโอะ ที่พอเอาจริงก็ทำจริง ริตสึจะค่อนข้างขี้เบื่อนิดๆ แถมชอบลืมเรื่องสำคัญอยู่เรื่อย กลัวหัวตัวเองเถิก แต่กลับชอบคาดผม (ไม่รู้หรือว่า ยิ่งคาด หัวยิ่งล้านน่ะ)

โคโตบูกิ สึมุกิ
ฉายา お嬢キーボード (โอโจ้คีย์บอร์ด) มือคีย์บอร์ดไฮโซ
ตำแหน่งคีย์บอร์ด : นักดนตรีมีฝีมือตัวจริงของวง จริงๆจะเข้าชมรมคอรัส แต่เห็นว่าชมรมเคย์องเป็นที่รวมคนที่ปกติเธอไม่เคยคบหา จึงอยากเข้าร่วมด้วย (อ้าว ที่เหลือมันสัตว์สงวนหรือไงหนู?) เรียนเปียโนมาตั้งแต่ 4 ขวบ สมัยก่อนก็ชนะการประกวดมามาก ซึ่งบ่งบอกว่าจริงๆ เธอเป็น คุณหนูแบบตัวจริงเสียงจริง ขนาดร้านฟาสท์ฟู้ดยังไม่เคยเข้าเลย ปัจจุบัน เครื่องเรือน และของว่าง/เครื่องดื่ม ทุกอย่างในห้องชมรมเป็นทุนส่วนตัวของสึมุกิครับ และก็เธออีกนั่นแหละที่ทำให้ยุยได้กีตาร์ในราคาแสนถูกได้ มีจุดเด่นที่คิ้วหนากับผมยาวสีอ่อน

นากาโนะ อาสึสะ
ฉายา あずにゃん (อาสึเมี้ยว)
ตำแหน่งกีตาร์ : นักดนตรีมีฝีมืออีกคนของวง เป็นน้องใหม่เพียงคนเดียวในวง จริงๆจะเข้าชมรมแจ๊ส แต่เกิดไปประทับใจพลังในการแสดงสดของ ยุยเข้า เลยมาสมัครเข้าชมรมเคย์อง อาสึสะถูกตั้งชื่อเล่นว่า "อาสึเมี้ยว" เพราะใส่หูแมวปลอมแล้วขึ้นแบบสุดๆ ฝีมือกีตาร์ของเธอมาจากการฝึกซ้อมอย่างหนักเพียงลำพัง และ มุ่งมั่นเอาจริงในอาชีพสายดนตรี แรกๆ จึงไม่ค่อยพอใจที่พวกรุ่นพี่วันๆเอาแต่ลอยไปลอยมา และยิ่งยุยที่ชื่นชมดันเป็นมือใหม่แบบไร้สติไร้มาด ยิ่งผิดหวังมากขึ้นไปอีก อีแบบนี้จะอยู่ได้ยืดเร้อ? (ต้องลองไปดูในอนิเมเอานะ)

อาจารย์ที่ปรึกษา(มาตอนที่5)
ยามานากะ ซาวาโกะ
อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมเครื่องเป่า---> โดนแบล็กเมล์ให้เป็น อาจารย์ทีปรึกษาของชมรมเีคย์องด้วย (ตอนที่ 5)
เป็นอาจารย์สาวสวยที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจากบรรดานักเรียน และ เหล่าอาจารย์ชาย แต่จริงๆ เก็บงำความลับอะไรบางอย่างอยู่ ...เพราะจริงๆ แล้วเธอคือ สมาชิกชมรมเคย์องรุ่นก่อนๆ ที่มีฝีมือทางด้านกีตาร์ที่โดดเด่นมาก แต่ออกจะไปในแนว Rock / Punk / Metal ในอดีตเคยมีเรื่องช้ำรักเพราะ "ไม่โลดโผน" จนกระัทั่ง... (เผยอดีตในตอนที่ 5)
นตอนที่ 5)
คนในครอบครัว
ฮิราซาว่า อุย
น้องสาวของยุย พึ่งพาได้มากกว่ายุยประมาณ 1 ล้านเท่า รับผิดชอบงานบ้านทั้งหมด ปิ่นโตที่ทำให้ 4 สาวทานตอนไปทำงานพิเศษในตอนที่ 2 ก็ฝีมืออุอิ (อีพี่เลยทำไม่เป็นซ้ากอย่าง) ในตอนที่ 1 ยังเรียนอยู่ ม.3 อยู่ มีความเชื่อมั่นในตัวพีี่สาว และติดพี่มาก
ในตอนที่ 12 เปิดเผยว่า อุยมีฝีมือในการเล่นกีตาร์เหนือกว่ายุยด้วยซ้ำ แถมยังเล่นได้ไม่ผิดพลาดเลยอีกต่างหาก น่ากลัวยิ่งนัก

คนนอกชมรม
มานาเบะ โนโดกะ
เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาล เป็นคนที่ดูแลยุยเหมือนตัวเองเป็นคุณแม่ เป็นห่้วงเป็นใยราวกับไม่ใช่คนวัยเดียวกัน ในโรงเรียนซากุระโค เธอเป็นสมาชิกของสภานักเรียน มีส่วนช่วยให้ชมรมเคย์องสามารถขึ้นไปแสดงในงานโรงเรียนได้ (ตอนที่ 5)

ฮิราซาว่า ยุย
ฉายา 天然ギタリスト(เท็นเน็นกีตาริสท์) มือกีตาร์แบบไปเองตามธรรมชาติ...ประมาณว่า เก่งได้เอง
ตำแหน่งมือกีตาร์ : สมาชิกที่เข้าวงคนสุดท้าย พร้อมกับ Skill..เอ้อ ไม่มีSkill อะไรเลย เพราะเป็นสาวเป๋อแหวว ที่ผ่านมาในชีวิตปล่อยตัวตามสบาย วันๆ เอาแต่นั่งเบลอไปวันๆ ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย (ไม่เหมาะเป็นตัวเอกเลยซักนิด) แต่พอเข้ามัธยมปลาย ก็อยากทำอะไรบ้าง และเห็นว่า ชมรมเคย์อง เปิดรับสมาชิก จึงอยากลองเข้า เพราะเข้าใจผิดว่า "เป็นชมรมที่เล่นอะไรง่ายๆ" แถมยังเป็นแต่คาสตาเน็ต (ที่ตบให้จังหวะแบบหนึ่ง/ไม่เคยเห็นในบ้านเรา) และเมื่อเข้าชมรมก็โดนหลอกล่อให้เป็นสมาชิก เพราะอีก 3 คนที่เหลือ ไม่อยากให้ชมรมโดนยุบซะงั้น แล้วหนทางการเป็นมือกีตาร์จะไปรอดเร้อ หนูยุย

อากิยามะ มิโอะ
ฉายา 最萌ベーシスト(ไซโมเอะเบสสิส) หรือ มือเบสสุดโมเอะ
ตำแหน่งมือเบส : แกนนำของวง เอ้อ โดนบังคับให้ร่วม แต่ไปๆมาๆเป็นคนที่เอาจริงที่สุดไปแล้ว เป็นเพื่อนกับริทสึ มานานแล้ว นิสัยค่อนข้างขี้อาย-ขี้เขิน ไม่มั่นใจในตนเอง ขี้กลัว เป็นที่สุด แต่ในบางอารมณ์ก็จริงจังและโวยวายเพื่อนร่วมวงเวลาที่แต่ละคนหลุดโลก เป็นคนสวยที่สุดในวงแต่ที่ไม่ยอมเล่นกีตาร์ เพราะไม่อยากเป็นเป้าสายตาคน จึงเล่นเบสที่ไม่เด่นแทน (แต่เอาเข้าจริง เล่นอะไรก็เด่น เพราะคุณน้องน่ารักสุดในวง) มีหลายคนบอกว่า "นางเอก" ของเรื่องคือ มิโอะ ไม่ใช่ยุย จะจริงเหรอ?

ไทนากะ ริตสึ
ไม่มีใครตั้งฉายาให้...
ตำแหน่งมือกลอง : ผู้ก่อตั้งชมรมตัวจริง มีนิสัยประทับใจอะไรก็ทำตาม มีความฝันว่าอยากดันวงตัวเองไปเล่นที่ นิปปอน บูโดกังให้ได้ก่อนจบ ม.ปลาย (ที่นั่นเหมือนเป็นเส้นชัยของวงอินดี้ทั่วญี่ปุ่นครับ เพราะนิปปอน บูโดกัง เป็นฮอลจัดคอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นมานานแล้ว---แต่ปัจจุบัน อาจมีที่อื่นก็ได้นะ) ถ้าเทียบกับมิโอะ ที่พอเอาจริงก็ทำจริง ริตสึจะค่อนข้างขี้เบื่อนิดๆ แถมชอบลืมเรื่องสำคัญอยู่เรื่อย กลัวหัวตัวเองเถิก แต่กลับชอบคาดผม (ไม่รู้หรือว่า ยิ่งคาด หัวยิ่งล้านน่ะ)

โคโตบูกิ สึมุกิ
ฉายา お嬢キーボード (โอโจ้คีย์บอร์ด) มือคีย์บอร์ดไฮโซ
ตำแหน่งคีย์บอร์ด : นักดนตรีมีฝีมือตัวจริงของวง จริงๆจะเข้าชมรมคอรัส แต่เห็นว่าชมรมเคย์องเป็นที่รวมคนที่ปกติเธอไม่เคยคบหา จึงอยากเข้าร่วมด้วย (อ้าว ที่เหลือมันสัตว์สงวนหรือไงหนู?) เรียนเปียโนมาตั้งแต่ 4 ขวบ สมัยก่อนก็ชนะการประกวดมามาก ซึ่งบ่งบอกว่าจริงๆ เธอเป็น คุณหนูแบบตัวจริงเสียงจริง ขนาดร้านฟาสท์ฟู้ดยังไม่เคยเข้าเลย ปัจจุบัน เครื่องเรือน และของว่าง/เครื่องดื่ม ทุกอย่างในห้องชมรมเป็นทุนส่วนตัวของสึมุกิครับ และก็เธออีกนั่นแหละที่ทำให้ยุยได้กีตาร์ในราคาแสนถูกได้ มีจุดเด่นที่คิ้วหนากับผมยาวสีอ่อน

นากาโนะ อาสึสะ
ฉายา あずにゃん (อาสึเมี้ยว)
ตำแหน่งกีตาร์ : นักดนตรีมีฝีมืออีกคนของวง เป็นน้องใหม่เพียงคนเดียวในวง จริงๆจะเข้าชมรมแจ๊ส แต่เกิดไปประทับใจพลังในการแสดงสดของ ยุยเข้า เลยมาสมัครเข้าชมรมเคย์อง อาสึสะถูกตั้งชื่อเล่นว่า "อาสึเมี้ยว" เพราะใส่หูแมวปลอมแล้วขึ้นแบบสุดๆ ฝีมือกีตาร์ของเธอมาจากการฝึกซ้อมอย่างหนักเพียงลำพัง และ มุ่งมั่นเอาจริงในอาชีพสายดนตรี แรกๆ จึงไม่ค่อยพอใจที่พวกรุ่นพี่วันๆเอาแต่ลอยไปลอยมา และยิ่งยุยที่ชื่นชมดันเป็นมือใหม่แบบไร้สติไร้มาด ยิ่งผิดหวังมากขึ้นไปอีก อีแบบนี้จะอยู่ได้ยืดเร้อ? (ต้องลองไปดูในอนิเมเอานะ)

อาจารย์ที่ปรึกษา(มาตอนที่5)
ยามานากะ ซาวาโกะ
อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมเครื่องเป่า---> โดนแบล็กเมล์ให้เป็น อาจารย์ทีปรึกษาของชมรมเีคย์องด้วย (ตอนที่ 5)
เป็นอาจารย์สาวสวยที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจากบรรดานักเรียน และ เหล่าอาจารย์ชาย แต่จริงๆ เก็บงำความลับอะไรบางอย่างอยู่ ...เพราะจริงๆ แล้วเธอคือ สมาชิกชมรมเคย์องรุ่นก่อนๆ ที่มีฝีมือทางด้านกีตาร์ที่โดดเด่นมาก แต่ออกจะไปในแนว Rock / Punk / Metal ในอดีตเคยมีเรื่องช้ำรักเพราะ "ไม่โลดโผน" จนกระัทั่ง... (เผยอดีตในตอนที่ 5)
นตอนที่ 5)คนในครอบครัว
ฮิราซาว่า อุย
น้องสาวของยุย พึ่งพาได้มากกว่ายุยประมาณ 1 ล้านเท่า รับผิดชอบงานบ้านทั้งหมด ปิ่นโตที่ทำให้ 4 สาวทานตอนไปทำงานพิเศษในตอนที่ 2 ก็ฝีมืออุอิ (อีพี่เลยทำไม่เป็นซ้ากอย่าง) ในตอนที่ 1 ยังเรียนอยู่ ม.3 อยู่ มีความเชื่อมั่นในตัวพีี่สาว และติดพี่มาก
ในตอนที่ 12 เปิดเผยว่า อุยมีฝีมือในการเล่นกีตาร์เหนือกว่ายุยด้วยซ้ำ แถมยังเล่นได้ไม่ผิดพลาดเลยอีกต่างหาก น่ากลัวยิ่งนัก

คนนอกชมรม
มานาเบะ โนโดกะ
เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาล เป็นคนที่ดูแลยุยเหมือนตัวเองเป็นคุณแม่ เป็นห่้วงเป็นใยราวกับไม่ใช่คนวัยเดียวกัน ในโรงเรียนซากุระโค เธอเป็นสมาชิกของสภานักเรียน มีส่วนช่วยให้ชมรมเคย์องสามารถขึ้นไปแสดงในงานโรงเรียนได้ (ตอนที่ 5)
ดงบังชินกิ
ประวัติ " ดงบังชินกิ "
2003-2005: การปรากฏตัว
สมาชิกจะต้องถูกแยกมาจากวงอื่น ๆ ในการออดิชั่นต่างกันโดยค่าย SM Entertainment เด็กฝึกในบริษัทรวมถึงสมาชิกของ Super Junior ก็ถูกแบ่งแยกเพื่อหาความสามารถที่แท้จริงในแต่ละคน สมาชิกทั้งห้าคนของทง บัง ชิน กิ เป็นผู้นำในการร้องเพลงของแต่ละกลุ่มย่อยมารวมกัน
ทง บัง ชิน กิได้ปรากฏตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกวันที่ 26 ธ.ค. 2003 ในโชว์เคสของโบอา และบริทนีย์ สเปียรส์[3] พวกเขาเรียกตัวเองว่าเป็นนักร้องแนว อะคาเปลล่าป๊อป แสดงโชว์ด้วยเพลง Hug และเพลงอะคัพเพลล่า O Holy night พร้อมกับโบอา พวกเขาได้ปลุกวงการเพลงเกาหลีขึ้นมาอีกครั้ง
ซิงเกิ้ลแรกที่ชื่อว่า “HUG” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และอีกประมาณ 6 เดือนต่อมา ซิงเกิ้ลที่ 2 ของพวกเขา “The way U are” ทำยอดขายได้ประมาณ 600,000 แผ่น และในเดือน ก.ย. ปี 2004 พวกเขาทั้ง 5 ก็พร้อมสำหรับอัลบั้มเต็มชุดแรก “TRI-ANGLE” และ TVfXQ ก็ได้รับการยอมรับให้เป็น กลุ่มศิลปินที่ฮ็อตที่สุดในปี 2004
2006-2007: ความสำเร็จทั่วทั้งเอเชีย
ความโด่งดังของ TVfXQ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเกาหลีเท่านั้น โดยเฉพาะหลังจากได้ร่วมงานกับ โบอา และ The Trax ในซิงเกิ้ล “Tri-Angle” ก็ทำให้พวกเขาได้รับความสนใจจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่นและจีน โดย การทัวร์เอเชียครั้งแรกของพวกเขา โดยการเป็นแขกในกิจกรรมต่างๆ การติดต่อมากมาย ทั้งโฆษณาในประเทศต่างๆ รวมทั้ง มาเลเซีย ไทย และญี่ปุ่น
SM entertainment เคยตัดสินใจที่จะให้มีสมาชิกจากประเทศจีนเพิ่มเข้ามา เพื่อจะเพิ่มความโด่งดังในประเทศอื่นๆ อย่างที่เห็นได้ใน The 3rd StoryBook - TVfXQ!, และแยกให้สมาชิกในวงแต่ละคน ทำกิจกรรมแบบเดี่ยว แต่หลังจากนั้น ความคิดนั้นก็ต้องล้มเหลวลงในทันที เมื่อได้รับฟังความเห็นจากแฟนๆ และพวกต่อต้าน ที่บอยคอตต์ (ต่อต้าน) สินค้าทุกอย่างจาก SM Entertainment ในเวลานั้น
สมาชิกของทง บัง ชิน กิเป็นกลุ่มแรกของชาวเกาหลีที่ได้สร้างคอนเสิร์ตในประเทศมาเลเซีย ด้วย"Rising Sun 1st Asia Tour",ในบูกิต จาลี (พูทราอินดอร์เสตเดียม) และที่ประเทศไทย "TVXQ! Rising Sun Live in Bangkok 2006" ณ อิมแพคอารีนา เมื่อ 15 กันยายน 2549 ด้วยคนดูร่วม 13,000 คน หลังจากนั้นทง บัง ชิน กิก็ต้องเตรียมเพื่อคอนเสิร์ตทัวร์ครั้งแรกในญี่ปุ่น "Heart, Mind and Soul", เพื่อจะโปรโมตอัลบั้มญี่ปุ่นของพวกเขา ทง บัง ชิน กิวางแผงไปถึง 5 ซิงเกิลในปีนั้น สมาชิกต้องฝึกฝนภาษาญี่ปุ่นอย่างหนัก เพื่อการโปรโมตในประเทศ และสื่อสารกับแฟนเพลงให้ดีขึ้น เช่นเดียวกับโบอาที่เคยเปิดตัวในญี่ปุ่น
การออกนอกประเทศได้ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม และได้รับกำลังใจจากแฟนๆอย่างล้นหลาม พวกเค้าเป็นกลุ่มเอเชียนกลุ่มแรกที่ชนะสองรางวัลใน Thailand Music Awards ในรางวัล มิวสิกวีดีโอยอดเยี่ยม (RisingSun) และ ศิลปินเอเชียนยอดนิยม ในซิงเกิลที่ 7 ของโทโฮชินกิในญี่ปุ่น SKY ได้รับอันดับที่ 6 ในโอริคอนชาร์ทประจำสัปดาห์ และซิงเกิลที่ 8 miss you ได้รับอันดับสามในญี่ปุ่น ซิงเกิ้ลbeautiful you และ why did i fall in love with you ได้อันดับ1ในโอริคอนชาร์ท
กลับสู่เกาหลี
พวกเขากลับประเทศเกาหลีในตอนท้าย ๆ เดือนสิงหาคม เพื่อจะเตรียมตัวสำหรับอัลบั้มที่สาม โอชยองบันฮับ "O"-正.反.合. ซึ่งวางแผงในวันที่ 29 กันยายน ซึ่งมีหลายเวอร์ชัน ทั้ง A ที่มีทั้งโปสเตอร์ และหนังสือภาพ แบบบี ที่มีโปสเตอร์และดีวีดีพิเศษ ในเดือนแรก อัลบั้มถูกขายไปแล้วกว่าแสนแผ่นในเกาหลีใต้ และขายได้มากกว่า 330,000 แผ่นในเวลาต่อมา
โอชองบันฮับวางแผงอีกครั้งในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2006 ซึ่งเร็วกว่าสองเดือนที่แบบหลักวางแผง พวกเขาได้เปลี่ยนแผนที่จะนำซิงเกิลที่สองออกมา เป็น บอลลูน และเก็ทมีซัม พร้อมทั้งเพลง네 곁에 숨쉴 수 있다면 (White Lie...) ที่แต่งโดย ชีอา จุนซูแห่งทง บัง ชิน กิ หลังจากที่สองแบบแรกได้วางแผงไป ก็ได้มีแผ่นพิเศษจาก DVD Vacation ละครที่พวกเขาแสดง และในอีกแผ่นหนึ่งก็ได้รวม โชว์เคสอัลบั้มสามของพวกเขาด้วย
SM ได้แถลงข่าวจะมีการวางแผงในไต้หวัน ซึ่งได้ระดับทอปอันดับห้าของซิงเกิล หลังจากนั้น ทง บัง ชิน กิได้เปลี่ยนจากการโปรโมตโอชองบันฮับแนวเพลง เฮวี อาร์แอนด์บี และจังหวะเทคโน มาเป็น บอลลูน ซึ่งเป็นเพลงป๊อบน่ารัก ๆ เกี่ยวกับความไร้เดียงสาของเด็กๆ โดยที่ได้จัดทำใหม่อีกครั้งจากเพลงของ Five Finger และเขียนใหม่ด้วยความรู้สึกโมเดิร์นกว่า มิวสิกวิดีโอ สมาชิกได้แต่งชุดสัตว์พร้อมกับลูกโป่งมากมาย และเด็กเล็กๆ ที่แต่งตัวเหมือนกัน และด้วยแนวของการแต่งตัวแบบนั้น พวกเค้าจึงใส่ชุดของเด็กๆในการแสดงอื่นๆ ทั้ง เสมิร์ฟ คนแคระทั้งเจ็ด พีเตอร์แพน มาริโอ และแฮรีพอตเตอร์
สมาชิกของทง บัง ชิน กิ ได้แยกกันไปปรากฏตัวในรายการวาไรตี้โชว์ต่าง ในปี 2006 มีทั้ง X-Man,Heroine 6, and Love Letter บางครั้งก็ไปแยกกัน แต่บางครั้งก็ไปกันครบทั้งห้าคน ทง บัง ชิน กิเป็นแขกพิเศษใน 51st Asia Pacific Film Festivalซึ่งจัดใน ไทเป พวกเขาได้เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่นักแสดงหญิง เอเรียล ลิน และได้แสดงโอชองบันฮับ ในงาน 2006 MKMF Music Festival พวกเค้าได้รับรางวัลถึง 4 รางวัล รวมทั้งกลุ่มยอดเยี่ยม และศิลปินแห่งปี
ในงาน 16th Music Seoul Festival ซึ่งจัดในวันที่ 1 ธันวาคม พวกเขาได้รับรางวัลสามรางวัล รวมถึง แทซาง ซึ่งหมายถึง รางวัลศิลปินยอดเยี่ยมแห่งปี และพวกเขาได้รับรางวัลแทซังอีกครั้งในงาน 21st Golden Disk Awards 2006 ในวันที่ 14 ธันวาคม ปี 2006และได้ พนซาง ในรายการ SBS Gayo Awards 2006 ในวันที่ 29ธันวาคม พวกเขาได้รับรางวัลแทซัง ซึ่งเสริมมาจากพนซัง ทำให้พวกเขาได้เป็น เจ้าชายแห่งรางวัล แทซังสี่รางวัล ของทั้งรายการใหญ่ๆในวงการเพลงเกาหลี
และหลังจากอัลบั้ม 3 พวกเขาก็หายไปจากวงการเพลงเกาหลีถึง 1 ปี 7เดือนซึ่งเป็นการรอคอยที่ยาวนานมากสำหรับแคสสิโอเปีย และพวกเขาก็ทำให้วงการเพลงเกาหลีตกตะลึงอีกครั้ง กับการคัมแบคของพวกเขาในเพลง mirotic หลังจากที่พวกเขาขึ้นโชว์ได้ไม่นานพวกเขาก็ได้รับรางวัลคว้าอันดับ 1 ใน M!Countdownและรายการ อินกิกาโยอีกด้วย ยอดขายอัลบั้มที่4 ของพวกเขาแค่วางขายไปได้แค่2วันก็สามารถถล่มชาร์ตประจำเดือนของ Hanteo ออฟไลน์ Yes24ออนไลน์ ได้อย่างไม่อยากเย็น และยอดขายอัลบั้ม4พวกเขาก็ยังเป็นอัลบั้ม ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในปี2008อีกด้วย
สู่ตลาดในญี่ปุ่นและอัลบั้มภาษาเกาหลีชุดที่สาม
ทง บัง ชิน กิได้กระตือรือร้นในการโปรโมทพวกเขาในประเทศญี่ปุ่น วันที่ 7 มีนาคม 2007 ได้มีการวางแผงซิงเกิลที่สิบ Choosey Lover ซึ่งติดอันดับ 4 ของชาร์ตโอริคอนในญี่ปุ่นในสัปดาห์ที่พวกเขาวางแผงทันที ซึ่งเป็นวงที่สิบที่มีซิงเกิลถึงสิบซิงเกิล ติดอยู่ในชาร์ตของโอริคอนทั้งหมด ตั้งแต่ StayWith Me Tonight ซิงเกิลแรก ในเดือนเมษายน 2005 และในวันที่ 14 มีนาคม 2007 ทง บัง ชิน กิได้ออกอัลบั้มที่สองในชื่อ Five In The Black ซึ่งได้อันดับที่หกของโอริคอนอัลบั้มชาร์ท
ต้นเดือนเมษายน ทง บัง ชิน กิได้อยู่กับรายการวิทยุรายสัปดาห์ TVXQ Bigeastation ของ Japan FM Network ซึ่งรายการนี้ ถ่ายทอดไปถึง 7 สถานีท้องถิ่น และโด่งดังในประเทศ ผู้ลงนามให้ทง บัง ชิน กิได้ขึ้นไปเป็นอันดับความนิยม หรือแฟนๆ ได้ถามถึงเวลาที่จะออนแอร์ทั้งในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว และโอซาก้ามากมาย ทง บัง ชิน กิ เป็นตัวแทนเกาหลีในงานของ MTV Video Music Awards Japan 2007 ในวันที่ 26 พฤษภาคม ณ ไซทามะ ซูเปอร์อารีนา พวกเขาจะวางแผงซิงเกิลที่ 11 Lovin’ You ในวันที่ 13 มิถุนายน 2007
และเมื่อรายการวิทยุ TVXQ Bigeaststation ดำเนินมาถึงตอนที่ 144 ก็ได้ยุติรายการนี้ลงท่ามกลางความเสียดายของแฟนๆ เชื่อกันว่าที่รายการวิทยุนี้จบลงเพราะเรื่องราวการฟ้องร้องจากทางค่ายนั้นเอง
แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันเป็นที่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ทง บัง ชิน กิ หรือ SM Town มีข่าวรั่วไหล่ออกมา ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2007 จะมีซิงเกิลที่ห้า Heat Wave여름 뜨거움. :ซึ่งจะประกอบด้วยเพลงใหม่สองเพลง รีมิกซ์หนึ่งเพลง และบรรเลงสองเพลง ซึ่งเพลงรีมิกซ์นั้นเคยวางแผงมาก่อนแล้ว และจะเป็นไสตล์ฮิบฮอบรีมิกซ์ ของเพลง Phantom ซึ่งอยู่ในแทรกซ์ที่เก้าของอัลบั้มเกาหลี โอชองบันฮับ"O"-正.反.合 ซึ่งจะเปลี่ยนจังหวะใหม่ รวมถึงเนื้อร้องแรพอีกสองท่อนพิเศษ และคิมแจจุงเคยพูดเป็นนัยไว้ ว่าจะมีซิงเกิลเกาหลีใหม่ และเขายังบอกเมื่อไม่นานมานี้อีกว่า เค้าจะแต่งเพลงบางเพลง และความคิดสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเค้าคือ เพลงแนว อัพเทมโปใหม่ ซึ่งเกี่ยวกับความรักที่ไม่มีคำตอบ ซึ่งอยู่ในซิงเกิลใหม่ ในเพลง 10 Questions 질문 แต่ยังไม่มีข้อมูลอื่นใดปรากฏชัดนักเกี่ยวกับเพลงที่ชื่อ Heat-Wave 여름 뜨거움
2003-2005: การปรากฏตัว
สมาชิกจะต้องถูกแยกมาจากวงอื่น ๆ ในการออดิชั่นต่างกันโดยค่าย SM Entertainment เด็กฝึกในบริษัทรวมถึงสมาชิกของ Super Junior ก็ถูกแบ่งแยกเพื่อหาความสามารถที่แท้จริงในแต่ละคน สมาชิกทั้งห้าคนของทง บัง ชิน กิ เป็นผู้นำในการร้องเพลงของแต่ละกลุ่มย่อยมารวมกัน
ทง บัง ชิน กิได้ปรากฏตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกวันที่ 26 ธ.ค. 2003 ในโชว์เคสของโบอา และบริทนีย์ สเปียรส์[3] พวกเขาเรียกตัวเองว่าเป็นนักร้องแนว อะคาเปลล่าป๊อป แสดงโชว์ด้วยเพลง Hug และเพลงอะคัพเพลล่า O Holy night พร้อมกับโบอา พวกเขาได้ปลุกวงการเพลงเกาหลีขึ้นมาอีกครั้ง
ซิงเกิ้ลแรกที่ชื่อว่า “HUG” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และอีกประมาณ 6 เดือนต่อมา ซิงเกิ้ลที่ 2 ของพวกเขา “The way U are” ทำยอดขายได้ประมาณ 600,000 แผ่น และในเดือน ก.ย. ปี 2004 พวกเขาทั้ง 5 ก็พร้อมสำหรับอัลบั้มเต็มชุดแรก “TRI-ANGLE” และ TVfXQ ก็ได้รับการยอมรับให้เป็น กลุ่มศิลปินที่ฮ็อตที่สุดในปี 2004
2006-2007: ความสำเร็จทั่วทั้งเอเชีย
ความโด่งดังของ TVfXQ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเกาหลีเท่านั้น โดยเฉพาะหลังจากได้ร่วมงานกับ โบอา และ The Trax ในซิงเกิ้ล “Tri-Angle” ก็ทำให้พวกเขาได้รับความสนใจจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่นและจีน โดย การทัวร์เอเชียครั้งแรกของพวกเขา โดยการเป็นแขกในกิจกรรมต่างๆ การติดต่อมากมาย ทั้งโฆษณาในประเทศต่างๆ รวมทั้ง มาเลเซีย ไทย และญี่ปุ่น
SM entertainment เคยตัดสินใจที่จะให้มีสมาชิกจากประเทศจีนเพิ่มเข้ามา เพื่อจะเพิ่มความโด่งดังในประเทศอื่นๆ อย่างที่เห็นได้ใน The 3rd StoryBook - TVfXQ!, และแยกให้สมาชิกในวงแต่ละคน ทำกิจกรรมแบบเดี่ยว แต่หลังจากนั้น ความคิดนั้นก็ต้องล้มเหลวลงในทันที เมื่อได้รับฟังความเห็นจากแฟนๆ และพวกต่อต้าน ที่บอยคอตต์ (ต่อต้าน) สินค้าทุกอย่างจาก SM Entertainment ในเวลานั้น
สมาชิกของทง บัง ชิน กิเป็นกลุ่มแรกของชาวเกาหลีที่ได้สร้างคอนเสิร์ตในประเทศมาเลเซีย ด้วย"Rising Sun 1st Asia Tour",ในบูกิต จาลี (พูทราอินดอร์เสตเดียม) และที่ประเทศไทย "TVXQ! Rising Sun Live in Bangkok 2006" ณ อิมแพคอารีนา เมื่อ 15 กันยายน 2549 ด้วยคนดูร่วม 13,000 คน หลังจากนั้นทง บัง ชิน กิก็ต้องเตรียมเพื่อคอนเสิร์ตทัวร์ครั้งแรกในญี่ปุ่น "Heart, Mind and Soul", เพื่อจะโปรโมตอัลบั้มญี่ปุ่นของพวกเขา ทง บัง ชิน กิวางแผงไปถึง 5 ซิงเกิลในปีนั้น สมาชิกต้องฝึกฝนภาษาญี่ปุ่นอย่างหนัก เพื่อการโปรโมตในประเทศ และสื่อสารกับแฟนเพลงให้ดีขึ้น เช่นเดียวกับโบอาที่เคยเปิดตัวในญี่ปุ่น
การออกนอกประเทศได้ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม และได้รับกำลังใจจากแฟนๆอย่างล้นหลาม พวกเค้าเป็นกลุ่มเอเชียนกลุ่มแรกที่ชนะสองรางวัลใน Thailand Music Awards ในรางวัล มิวสิกวีดีโอยอดเยี่ยม (RisingSun) และ ศิลปินเอเชียนยอดนิยม ในซิงเกิลที่ 7 ของโทโฮชินกิในญี่ปุ่น SKY ได้รับอันดับที่ 6 ในโอริคอนชาร์ทประจำสัปดาห์ และซิงเกิลที่ 8 miss you ได้รับอันดับสามในญี่ปุ่น ซิงเกิ้ลbeautiful you และ why did i fall in love with you ได้อันดับ1ในโอริคอนชาร์ท
กลับสู่เกาหลี
พวกเขากลับประเทศเกาหลีในตอนท้าย ๆ เดือนสิงหาคม เพื่อจะเตรียมตัวสำหรับอัลบั้มที่สาม โอชยองบันฮับ "O"-正.反.合. ซึ่งวางแผงในวันที่ 29 กันยายน ซึ่งมีหลายเวอร์ชัน ทั้ง A ที่มีทั้งโปสเตอร์ และหนังสือภาพ แบบบี ที่มีโปสเตอร์และดีวีดีพิเศษ ในเดือนแรก อัลบั้มถูกขายไปแล้วกว่าแสนแผ่นในเกาหลีใต้ และขายได้มากกว่า 330,000 แผ่นในเวลาต่อมา
โอชองบันฮับวางแผงอีกครั้งในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2006 ซึ่งเร็วกว่าสองเดือนที่แบบหลักวางแผง พวกเขาได้เปลี่ยนแผนที่จะนำซิงเกิลที่สองออกมา เป็น บอลลูน และเก็ทมีซัม พร้อมทั้งเพลง네 곁에 숨쉴 수 있다면 (White Lie...) ที่แต่งโดย ชีอา จุนซูแห่งทง บัง ชิน กิ หลังจากที่สองแบบแรกได้วางแผงไป ก็ได้มีแผ่นพิเศษจาก DVD Vacation ละครที่พวกเขาแสดง และในอีกแผ่นหนึ่งก็ได้รวม โชว์เคสอัลบั้มสามของพวกเขาด้วย
SM ได้แถลงข่าวจะมีการวางแผงในไต้หวัน ซึ่งได้ระดับทอปอันดับห้าของซิงเกิล หลังจากนั้น ทง บัง ชิน กิได้เปลี่ยนจากการโปรโมตโอชองบันฮับแนวเพลง เฮวี อาร์แอนด์บี และจังหวะเทคโน มาเป็น บอลลูน ซึ่งเป็นเพลงป๊อบน่ารัก ๆ เกี่ยวกับความไร้เดียงสาของเด็กๆ โดยที่ได้จัดทำใหม่อีกครั้งจากเพลงของ Five Finger และเขียนใหม่ด้วยความรู้สึกโมเดิร์นกว่า มิวสิกวิดีโอ สมาชิกได้แต่งชุดสัตว์พร้อมกับลูกโป่งมากมาย และเด็กเล็กๆ ที่แต่งตัวเหมือนกัน และด้วยแนวของการแต่งตัวแบบนั้น พวกเค้าจึงใส่ชุดของเด็กๆในการแสดงอื่นๆ ทั้ง เสมิร์ฟ คนแคระทั้งเจ็ด พีเตอร์แพน มาริโอ และแฮรีพอตเตอร์
สมาชิกของทง บัง ชิน กิ ได้แยกกันไปปรากฏตัวในรายการวาไรตี้โชว์ต่าง ในปี 2006 มีทั้ง X-Man,Heroine 6, and Love Letter บางครั้งก็ไปแยกกัน แต่บางครั้งก็ไปกันครบทั้งห้าคน ทง บัง ชิน กิเป็นแขกพิเศษใน 51st Asia Pacific Film Festivalซึ่งจัดใน ไทเป พวกเขาได้เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่นักแสดงหญิง เอเรียล ลิน และได้แสดงโอชองบันฮับ ในงาน 2006 MKMF Music Festival พวกเค้าได้รับรางวัลถึง 4 รางวัล รวมทั้งกลุ่มยอดเยี่ยม และศิลปินแห่งปี
ในงาน 16th Music Seoul Festival ซึ่งจัดในวันที่ 1 ธันวาคม พวกเขาได้รับรางวัลสามรางวัล รวมถึง แทซาง ซึ่งหมายถึง รางวัลศิลปินยอดเยี่ยมแห่งปี และพวกเขาได้รับรางวัลแทซังอีกครั้งในงาน 21st Golden Disk Awards 2006 ในวันที่ 14 ธันวาคม ปี 2006และได้ พนซาง ในรายการ SBS Gayo Awards 2006 ในวันที่ 29ธันวาคม พวกเขาได้รับรางวัลแทซัง ซึ่งเสริมมาจากพนซัง ทำให้พวกเขาได้เป็น เจ้าชายแห่งรางวัล แทซังสี่รางวัล ของทั้งรายการใหญ่ๆในวงการเพลงเกาหลี
และหลังจากอัลบั้ม 3 พวกเขาก็หายไปจากวงการเพลงเกาหลีถึง 1 ปี 7เดือนซึ่งเป็นการรอคอยที่ยาวนานมากสำหรับแคสสิโอเปีย และพวกเขาก็ทำให้วงการเพลงเกาหลีตกตะลึงอีกครั้ง กับการคัมแบคของพวกเขาในเพลง mirotic หลังจากที่พวกเขาขึ้นโชว์ได้ไม่นานพวกเขาก็ได้รับรางวัลคว้าอันดับ 1 ใน M!Countdownและรายการ อินกิกาโยอีกด้วย ยอดขายอัลบั้มที่4 ของพวกเขาแค่วางขายไปได้แค่2วันก็สามารถถล่มชาร์ตประจำเดือนของ Hanteo ออฟไลน์ Yes24ออนไลน์ ได้อย่างไม่อยากเย็น และยอดขายอัลบั้ม4พวกเขาก็ยังเป็นอัลบั้ม ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในปี2008อีกด้วย
สู่ตลาดในญี่ปุ่นและอัลบั้มภาษาเกาหลีชุดที่สาม
ทง บัง ชิน กิได้กระตือรือร้นในการโปรโมทพวกเขาในประเทศญี่ปุ่น วันที่ 7 มีนาคม 2007 ได้มีการวางแผงซิงเกิลที่สิบ Choosey Lover ซึ่งติดอันดับ 4 ของชาร์ตโอริคอนในญี่ปุ่นในสัปดาห์ที่พวกเขาวางแผงทันที ซึ่งเป็นวงที่สิบที่มีซิงเกิลถึงสิบซิงเกิล ติดอยู่ในชาร์ตของโอริคอนทั้งหมด ตั้งแต่ StayWith Me Tonight ซิงเกิลแรก ในเดือนเมษายน 2005 และในวันที่ 14 มีนาคม 2007 ทง บัง ชิน กิได้ออกอัลบั้มที่สองในชื่อ Five In The Black ซึ่งได้อันดับที่หกของโอริคอนอัลบั้มชาร์ท
ต้นเดือนเมษายน ทง บัง ชิน กิได้อยู่กับรายการวิทยุรายสัปดาห์ TVXQ Bigeastation ของ Japan FM Network ซึ่งรายการนี้ ถ่ายทอดไปถึง 7 สถานีท้องถิ่น และโด่งดังในประเทศ ผู้ลงนามให้ทง บัง ชิน กิได้ขึ้นไปเป็นอันดับความนิยม หรือแฟนๆ ได้ถามถึงเวลาที่จะออนแอร์ทั้งในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว และโอซาก้ามากมาย ทง บัง ชิน กิ เป็นตัวแทนเกาหลีในงานของ MTV Video Music Awards Japan 2007 ในวันที่ 26 พฤษภาคม ณ ไซทามะ ซูเปอร์อารีนา พวกเขาจะวางแผงซิงเกิลที่ 11 Lovin’ You ในวันที่ 13 มิถุนายน 2007
และเมื่อรายการวิทยุ TVXQ Bigeaststation ดำเนินมาถึงตอนที่ 144 ก็ได้ยุติรายการนี้ลงท่ามกลางความเสียดายของแฟนๆ เชื่อกันว่าที่รายการวิทยุนี้จบลงเพราะเรื่องราวการฟ้องร้องจากทางค่ายนั้นเอง
แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันเป็นที่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ทง บัง ชิน กิ หรือ SM Town มีข่าวรั่วไหล่ออกมา ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2007 จะมีซิงเกิลที่ห้า Heat Wave여름 뜨거움. :ซึ่งจะประกอบด้วยเพลงใหม่สองเพลง รีมิกซ์หนึ่งเพลง และบรรเลงสองเพลง ซึ่งเพลงรีมิกซ์นั้นเคยวางแผงมาก่อนแล้ว และจะเป็นไสตล์ฮิบฮอบรีมิกซ์ ของเพลง Phantom ซึ่งอยู่ในแทรกซ์ที่เก้าของอัลบั้มเกาหลี โอชองบันฮับ"O"-正.反.合 ซึ่งจะเปลี่ยนจังหวะใหม่ รวมถึงเนื้อร้องแรพอีกสองท่อนพิเศษ และคิมแจจุงเคยพูดเป็นนัยไว้ ว่าจะมีซิงเกิลเกาหลีใหม่ และเขายังบอกเมื่อไม่นานมานี้อีกว่า เค้าจะแต่งเพลงบางเพลง และความคิดสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเค้าคือ เพลงแนว อัพเทมโปใหม่ ซึ่งเกี่ยวกับความรักที่ไม่มีคำตอบ ซึ่งอยู่ในซิงเกิลใหม่ ในเพลง 10 Questions 질문 แต่ยังไม่มีข้อมูลอื่นใดปรากฏชัดนักเกี่ยวกับเพลงที่ชื่อ Heat-Wave 여름 뜨거움
หลุมดำ(black hole)

หลุมดำ(black hole)
ท่านผู้อ่านหลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า ” หลุมดำ ” แต่บางท่านอาจจะยังไม่รู้ความหมายของหลุมดำ ก่อนที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงความหมายของ ” หลุมดำ ” ผู้เขียนขอถามท่านผู้อ่านว่า ท่านรู้จักกล่องดำที่อยู่ในเครื่องบินทุกลำหรือไม่ ถ้าท่านรู้จักดี ท่านก็จะทราบว่ากล่องดำนั้นมีสีส้ม นอกจากนี้ถ้าท่านเคยใช้ซีอิ๊วขาวในการปรุงอาหาร ท่านก็จะทราบว่าซีอิ๊วขาวนั้นสีดำ และถ้าท่านรู้จักนักมวย ชื่อขาวผ่อง ท่านก็จะทราบว่าขาวผ่องเป็นนักมวยผิวดำ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อจะชี้ให้ท่านได้ทราบว่า ชื่อหลายชื่อไม่ได้สื่อความหมายแบบตรงไปตรงมา ” หลุมดำ ” ก็เช่นเดียวกัน หลุมดำไม่ได้หมายถึงหลุมที่ดำๆ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไปเจอหลุมดำๆที่ไหน ผู้เขียนรับรองเลยว่านั่นไม่ใช่หลุมดำ(black hole) หลุมดำเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง(เพราะว่าไม่มีแสงสว่างในตัวเอง) ที่แตกต่างจากดาวเคราะห์ทั่วไปคือ หลุมดำเป็นดาวเคราะห์ที่มีมวลมายมายมหาศาล มีมวลมากกว่าดาวทุกดวงที่ท่านเคยรู้จัก และการที่หลุมดำมีมวลมากมายมหาศาลนี้ทำให้มันมีแรงดึงดูดที่มากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน ดูดได้แม้กระทั่งแสงสว่างและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทุกชนิด ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ทำให้นักดาราศาสตร์ไม่สามารถศึกษาหรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลุมดำได้มากนัก แต่ในอนาคต เมื่อวิทยาการก้าวหน้ามากกว่านี้เราอาจจะทำการศึกษาธรรมชาติของหลุมดำได้มากกว่านี้ เนื่องจากเราไม่สามารถมองเห็นหลุมดำได้ แต่ถ้าเราเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบหลุมดำได้ เราก็จะเสมือนว่าได้เห็นหลุมดำแล้ว
ท่านผู้อ่านเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมโลกต้องโคจรรอบดวงอาทิตย์ และทำไมดวงจันทร์ต้องโคจรรอบโลก คำตอบก็คือว่าจริงๆแล้ว ในการโคจรของระบบใดๆจะโคจรรอบจุดศูนย์กลางมวล และจุดศูนย์กลางมวลของระบบสุริยะอยู่ที่ดวงอาทิตย์ ดังนั้นเราจึงเห็นดาวเคราะห์ต่างๆโคจรรอบดวงอาทิตย์ (มวลของระบบสุริยะ ประมาณ 99.9 % เป็นมวลของดวงอาทิตย์) และการที่อิเล็กตรอนโคจรรอบนิวเคลียสในอะตอมทุกชนิดก็เหตุผลเดียวกันนี้ (มวลของอะตอม ประมาณ 99.99 % เป็นมวลของนิวเคลียส) ในทำนองเดียวกันนักดาราศาสตร์ก็เชื่อว่าหลุมดำเป็นจุดศูนย์กลางของกาแลกซี่
20 ไอเดียง่ายๆ ที่ช่วยคุณลดความอ้วนอย่างได้ผล
1. อย่าปล่อยให้ปริมาณอาหารกำหนดการกินของคุณ เพราะปริมาณอาหารไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายต้องการ ทุกมื้ออาหารควรทานให้อิ่มพอดีๆ อย่าให้ถึงกับรู้สึกอึดอัด และไม่ต้องเสียดายอาหารที่เหลือในจาน แต่ให้คิดเสียว่าอาหารที่เหลือต่อวัน คือแคลอรีที่คุณสามารถลดได้
2. หาน้ำดื่มทุกครั้งก่อนที่คุณจะหาขนมนมเนยเข้าปาก ถ้าทำได้ วิธีนี้จะช่วยคุณได้มากทีเดียว ทั้งลดความอ้วนและประหยัดค่าขนมไปในตัวด้วย
3. กฎเหล็กของการลดความอ้วนคือ การตัด ABC ออก A หมายถึง Alcohol (แอลกอฮอร์), B หมายถึง Bread (ขนมปัง) และ C carbohydrates (คาร์โบไฮเดรต)
4. ปล่อยให้ตู้เย็นโล่งสะอาดตา โดยหาเพียงสิ่งที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือทานแล้วช่วยให้คุณดูสวยขึ้น เช่น หาผลไม้หรือน้ำผลไม้ประดับตู้เย็นแทนขนมเค๊ก นมพร่องไขมันเนย และน้ำแร่แช่แทนน้ำอัดลม และที่สำคัญ ควรหาภาพนางแบบหุ่นดีๆ ใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วนโค้งเว้า มาติดตู้เย็นแทนแม่เหล็กที่แถมจากร้านอาหาร
5. ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะอาหารเช้าสามารถช่วยให้คุณทานอาหารมื้ออื่นๆ ได้น้อยลง
6. เคยมีผลวิจัยบอกว่า การได้ฟังดนตรีเพลงโปรด (ต้องเพลงช้าๆ นะ) นั้นเปรียบเสมือนได้รับประทานอาหารรสเยี่ยม ทีนี้เมื่อคุณเกิดอาการอยากอาหาร ให้ลองเปลี่ยนมาฟังเพลงเพราะแทน
7. เตือนความจำตัวเองด้วยการนำชุดตัวเก่งที่คุณใส่ได้เมื่อครั้งยังผอม แขวนในตู้เสื้อผ้าที่คุณสามารถเห็นได้ชัดทุกวัน เพื่อเตือนความจำให้คุณอยากกลับมาใส่ชุดนี้อีกครั้ง
8 .เมื่ออยู่ห้องแอร์เย็นๆ ให้หาน้ำขิงหรือชาเขียวดื่มแทน กาแฟ กาแฟหนึ่งถ้วย เปรียบเสมือนทานข้าวไปสองจาน น่าตกใจไหมล่ะ
9. นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่และเต็มตา เพราะผู้หญิงเรา หากได้นอนหลับเพียงพอ ร่างกายจะสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้มากขึ้นจากปกติถึง 40% เชียวนะ
10. ก่อนเข้าซุปเปอร์มาเก็ตทุกครั้ง ควรจดรายการที่ต้องการ และซื้อตามรายการที่จด แทนการเลือกซื้อแบบตามใจฉันจะนึกออก ณ ตอนนั้น หากตั้งใจช้อปของไม่มาก แนะนำให้ถือตระกร้าแทนรถเข็น เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณได้ออกแรงแล้ว ยังช่วยไม่ให้คุณเลือกซื้อของเกินรายการที่ต้องการอีกด้วย
11. หลีกเลี่ยงการอยู่หรือทำงานในเวลากลางคืน เนื่องจาก แสงของยามค่ำคืนและการนอนดึกจะยิ่งทำให้คุณอยากทานของจุกจิก หรือหิวระหว่างคืนได้ แต่หากคุณต้องการดูหนังในเวลากลางก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดไฟดวงน้อย เมื่อหนังจบก็สามารถดับไฟนอนได้เลย
2. หาน้ำดื่มทุกครั้งก่อนที่คุณจะหาขนมนมเนยเข้าปาก ถ้าทำได้ วิธีนี้จะช่วยคุณได้มากทีเดียว ทั้งลดความอ้วนและประหยัดค่าขนมไปในตัวด้วย
3. กฎเหล็กของการลดความอ้วนคือ การตัด ABC ออก A หมายถึง Alcohol (แอลกอฮอร์), B หมายถึง Bread (ขนมปัง) และ C carbohydrates (คาร์โบไฮเดรต)
4. ปล่อยให้ตู้เย็นโล่งสะอาดตา โดยหาเพียงสิ่งที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือทานแล้วช่วยให้คุณดูสวยขึ้น เช่น หาผลไม้หรือน้ำผลไม้ประดับตู้เย็นแทนขนมเค๊ก นมพร่องไขมันเนย และน้ำแร่แช่แทนน้ำอัดลม และที่สำคัญ ควรหาภาพนางแบบหุ่นดีๆ ใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วนโค้งเว้า มาติดตู้เย็นแทนแม่เหล็กที่แถมจากร้านอาหาร
5. ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะอาหารเช้าสามารถช่วยให้คุณทานอาหารมื้ออื่นๆ ได้น้อยลง
6. เคยมีผลวิจัยบอกว่า การได้ฟังดนตรีเพลงโปรด (ต้องเพลงช้าๆ นะ) นั้นเปรียบเสมือนได้รับประทานอาหารรสเยี่ยม ทีนี้เมื่อคุณเกิดอาการอยากอาหาร ให้ลองเปลี่ยนมาฟังเพลงเพราะแทน
7. เตือนความจำตัวเองด้วยการนำชุดตัวเก่งที่คุณใส่ได้เมื่อครั้งยังผอม แขวนในตู้เสื้อผ้าที่คุณสามารถเห็นได้ชัดทุกวัน เพื่อเตือนความจำให้คุณอยากกลับมาใส่ชุดนี้อีกครั้ง
8 .เมื่ออยู่ห้องแอร์เย็นๆ ให้หาน้ำขิงหรือชาเขียวดื่มแทน กาแฟ กาแฟหนึ่งถ้วย เปรียบเสมือนทานข้าวไปสองจาน น่าตกใจไหมล่ะ
9. นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่และเต็มตา เพราะผู้หญิงเรา หากได้นอนหลับเพียงพอ ร่างกายจะสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้มากขึ้นจากปกติถึง 40% เชียวนะ
10. ก่อนเข้าซุปเปอร์มาเก็ตทุกครั้ง ควรจดรายการที่ต้องการ และซื้อตามรายการที่จด แทนการเลือกซื้อแบบตามใจฉันจะนึกออก ณ ตอนนั้น หากตั้งใจช้อปของไม่มาก แนะนำให้ถือตระกร้าแทนรถเข็น เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณได้ออกแรงแล้ว ยังช่วยไม่ให้คุณเลือกซื้อของเกินรายการที่ต้องการอีกด้วย
11. หลีกเลี่ยงการอยู่หรือทำงานในเวลากลางคืน เนื่องจาก แสงของยามค่ำคืนและการนอนดึกจะยิ่งทำให้คุณอยากทานของจุกจิก หรือหิวระหว่างคืนได้ แต่หากคุณต้องการดูหนังในเวลากลางก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดไฟดวงน้อย เมื่อหนังจบก็สามารถดับไฟนอนได้เลย
12. เปลี่ยนขนมจุกจิกเป็นลูกอม เพราะลูกอมมีแคลอรีเพียง 20 แคลอรี และสามารถช่วยให้คุณหายหิวได้ถึง 20 นาที
13. เติมความสดชื่นด้วยชาเขียว เพราะชาเขียวสามารถทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น ควรหาชาเขียวมาดื่มร้อนๆ สักสามถ้วยต่อวัน
14. ทำเรื่องกินให้เป็นเรื่องใหญ่ โดยไม่ทานอาหารในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ดูทีวี อ่านหนังสือ หรือเล่นอินเทอร์เน็ต หากต้องการกิน ก็ควรนั่งกินบนโต๊ะอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
15. หาเวลาสัก 20 นาทีต่อวัน สำหรับการเดินเล่น ชมสวน หรือนั่งเล่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ วิธีนอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังช่วยเผาผลาญแคลอรีต่อวันได้อีกด้วย
16. ฝึกที่จะใช้บันไดแทนลิฟ หากคุณทำงานหรือเรียนอยู่บนชั้นสูงๆ ให้ขึ้นลิฟไปถึงก่อนชั้นทำงานหรือชั้นเรียนอย่างน้อย 2 ชั้นที่เหลือให้ใช้บันไดแทน
17. ปลดปล่อยอารมณ์ให้สุดเหวี่ยงขณะขับรถ โดยการฟังเพลงแดนซ์เพลงโปรดของคุณ ร้องออกมาดังๆ แล้วขยับร่างกายตามจังหวะเพลง ไม่ต้องไปสนใจใครหรอก โดยเฉพาะหากรถยังแล่นอยู่
18. ยุ่งนัก หาเวลาออกกำลังไม่ได้ ให้หาถุงเท้าสบายๆ แล้วใส่อยู่บ้านแล้วโลดแล่นให้ทั่วพื้นบ้าน จินตนาการ ว่ากำลังเล่นสเก็ตอยู่ เพียง 10 นาทีก็ช่วยคุณเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 150 แคลอรีเชียวนะ
19. หาวีดีโอหรือวีซีดีออกกำลังกายสักหนึ่งชุด แล้วเปลี่ยนห้องของคุณให้กลายเป็นเฮ็ลท์คลับส่วนตัว เปิดแอร์ได้ไม่ว่ากันค่ะ
20. เปลี่ยนนิสัยขี้เกียจ แล้วเริ่มหัดทำงานบ้านเสียบ้าง เพราะทุกสิ่งที่คุณทำล้วนเปรียบเสมือนได้ออกกำลังกายและเผาผลาญแคลอรีในตัว
13. เติมความสดชื่นด้วยชาเขียว เพราะชาเขียวสามารถทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น ควรหาชาเขียวมาดื่มร้อนๆ สักสามถ้วยต่อวัน
14. ทำเรื่องกินให้เป็นเรื่องใหญ่ โดยไม่ทานอาหารในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ดูทีวี อ่านหนังสือ หรือเล่นอินเทอร์เน็ต หากต้องการกิน ก็ควรนั่งกินบนโต๊ะอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
15. หาเวลาสัก 20 นาทีต่อวัน สำหรับการเดินเล่น ชมสวน หรือนั่งเล่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ วิธีนอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังช่วยเผาผลาญแคลอรีต่อวันได้อีกด้วย
16. ฝึกที่จะใช้บันไดแทนลิฟ หากคุณทำงานหรือเรียนอยู่บนชั้นสูงๆ ให้ขึ้นลิฟไปถึงก่อนชั้นทำงานหรือชั้นเรียนอย่างน้อย 2 ชั้นที่เหลือให้ใช้บันไดแทน
17. ปลดปล่อยอารมณ์ให้สุดเหวี่ยงขณะขับรถ โดยการฟังเพลงแดนซ์เพลงโปรดของคุณ ร้องออกมาดังๆ แล้วขยับร่างกายตามจังหวะเพลง ไม่ต้องไปสนใจใครหรอก โดยเฉพาะหากรถยังแล่นอยู่
18. ยุ่งนัก หาเวลาออกกำลังไม่ได้ ให้หาถุงเท้าสบายๆ แล้วใส่อยู่บ้านแล้วโลดแล่นให้ทั่วพื้นบ้าน จินตนาการ ว่ากำลังเล่นสเก็ตอยู่ เพียง 10 นาทีก็ช่วยคุณเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 150 แคลอรีเชียวนะ
19. หาวีดีโอหรือวีซีดีออกกำลังกายสักหนึ่งชุด แล้วเปลี่ยนห้องของคุณให้กลายเป็นเฮ็ลท์คลับส่วนตัว เปิดแอร์ได้ไม่ว่ากันค่ะ
20. เปลี่ยนนิสัยขี้เกียจ แล้วเริ่มหัดทำงานบ้านเสียบ้าง เพราะทุกสิ่งที่คุณทำล้วนเปรียบเสมือนได้ออกกำลังกายและเผาผลาญแคลอรีในตัว
วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
สัตว์บกสี่เท้าร่างใหญ่สง่ากล้าหาญทนงานหนักเคยได้รับเกียติสูงให้เป็น
พาหนะยามออกศึกของพระมหากษัตริย์ ไทยในอดีตและเป็นสัตว์คู่บุญพระบารมีอีกด้วยสมัยหนึ่งภาพของสัตว์นี้เคยปรากฏเด่นเป็นสีขาวบนผืนธงชาติสีแดงของไทยนอกจากนี้ส่วนหัวเมื่อประกอบเข้าเป็นสามเศียรก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของตราแผ่นดินในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวชื่อของมันได้รับการกล่าวถึงในสุภาษิตและคำพังเพยไทยหลายความหมายมาจนถึงทุกวันนี้สัตว์ที่ยิ่งใหญ่นี้เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าคือ ช้าง
พาหนะยามออกศึกของพระมหากษัตริย์ ไทยในอดีตและเป็นสัตว์คู่บุญพระบารมีอีกด้วยสมัยหนึ่งภาพของสัตว์นี้เคยปรากฏเด่นเป็นสีขาวบนผืนธงชาติสีแดงของไทยนอกจากนี้ส่วนหัวเมื่อประกอบเข้าเป็นสามเศียรก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของตราแผ่นดินในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวชื่อของมันได้รับการกล่าวถึงในสุภาษิตและคำพังเพยไทยหลายความหมายมาจนถึงทุกวันนี้สัตว์ที่ยิ่งใหญ่นี้เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าคือ ช้าง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
